วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

บล็อก

บล็อก (อังกฤษ: blog) เป็นคำรวมมาจากคำว่า เว็บล็อก (อังกฤษ: weblog) เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คำว่า "บล็อก" ยังใช้เป็นคำกริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า "บล็อกเกอร์"
บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารีออนไลน์นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบัน นอกจากนี้ตามบริษัทเอกชนหลายแห่งได้มีการจัดทำบล็อกของทางบริษัทขึ้น เพื่อเสนอแนวความเห็นใหม่ใหักับลูกค้า โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่าวสั้น และได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าที่แสดงความเห็นตอบกลับเข้าไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์

การ ใช้งานบล็อก

ผู้ใช้งานบล็อกจะแก้ไขและบริหารบล็อกผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์เหมือนการใช้งานและอ่าน เว็บไซต์ทั่วไป โดยจะมีรูปแบบบริหารบล็อกที่แตกต่างกัน เช่นบางระบบที่มีบรรณาธิการของบล็อก ผู้เขียนหลายคนจะส่งเรื่องเข้าทางบล็อก และจะต้องรอให้บรรณาธิการอนุมัติให้บล็อกเผยแพร่ก่อน บล็อกถึงจะแสดงผลในเว็บไซต์นั้นได้ ซึ่งจะแตกต่างจากบล็อกส่วนตัวที่จะให้แสดงผลได้ทันที
ผู้เขียนบล็อกในปัจจุบันจะใช้งานบล็อกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่ว่า ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตัวเอง หรือใช้งานบล็อกผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อก
สำหรับผู้อ่านบล็อกจะใช้งานได้ในลักษณะเหมือนอ่านเว็บไซต์ทั่วไป และสามารถแสดงความเห็นได้ในส่วนท้ายของแต่ละบล็อกโดยอาจจะต้องผ่านการลง ทะเบียนในบางบล็อก นอกจากนี้ผู้อ่านบล็อกสามารถอ่านบล็อกได้ผ่านระบบฟีด ซึ่งมีให้บริการในบล็อกทั่วไป ทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านบล็อกได้โดยตรง ผ่านโปรแกรมตัวอื่นโดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาสู่หน้าบล็อกนั้น

บล็อก ซอฟต์แวร์

บล็อกซอฟต์แวร์ หรือ บล็อกแวร์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในอินเทอร์เน็ต ในลักษณะของระบบจัดการเนื้อหาเว็บ ที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และผู้เขียนหรือดูแลบล็อกจะแยกจากกันต่างหาก ส่งผลให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีพื้นฐานความรู้ใน ด้านเอชทีเอ็มแอล หรือการทำเว็บไซต์แต่อย่างใด ทำให้ผู้เขียนบล็อกสามารถใช้เวลาส่วนใหญ่ในการ บริหารจัดการ เพิ่มเติม ข้อมูลและสารสนเทศแทนได้ นอกจากนี้บล็อกซอฟต์แวร์จะสนับสนุน ระบบ WYSIWYG ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเขียน และอาจเพิ่มเติมการมีเทมเพลตในหลายแบบให้เลือก ใช้
ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทันทีโดยผู้ใช้ ซึ่งซอฟต์แวร์บางส่วนเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ซึ่งผู้พัฒนาสามารถนำมาปรับแก้ เป็นของตนเอง ติดตั้งไว้ใช้เป็นบล็อกส่วนตัว หรือเผยแพร่ให้คนอื่นมาใช้งานได้ ส่วนซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์นั้น จะมีทั้งในรูปแบบที่ให้ใช้งานแบบเสียค่าใช้จ่ายหรือให้ใช้งานฟรี

เรียนรู้ำExcel

การสร้าง ปฏิทินด้วย Excel จริง ๆ แล้วไม่ได้ใช้เทคนิคอะไรมากมายเพียงแต่เป็นการจัดการ Sheet ของแถวและสดมภ์ เทคนิค Excel ในครั้งนี้จะได้เรียนรู้ในเรื่อง การกำหนดขนาดความกว้างของแถวและสดมภ์ การซ่อนแถวและสดมภ์ การใช้เครื่องมือ การจัดรูปแบบตัววาดรูป รวมถึงการนำ Function มาใช้ในการจัดการกับแถวและสดมภ์
3.2. จำนวนเซลล์ใน Excel
ในแต่ละ Sheet ของ Excel มีจำนวนสดมภ์ (Column) ทั้งหมด 256 สดมภ์ คือ A - IV ขนาดความกว้างของสดมภ์ปกติได้ตั้งค่าไว้คือ 8.43 ส่วนจำนวนแถวมีทั้งหมด 65,536 แถว (Row) คือ แถวที่ 1 - 65,526 ขนาดความกว้างของแถวปกติได้ตั้งค่าไว้คือ 21.75 ดังนั้นในแต่ละ Sheet จะประกอบด้วยเซลล์ที่เกิดจากแถวและสดมภ์มาตัดกันจากแนวนอนและแนวตั้งตาม ลำดับ จำนวนเซลล์จึงมีทั้งหมด = 256 x 65,526 = 16,774,656 เซลล์

3.3. ส่วนประกอบของปฏิทิน

เพื่อให้การ ออกแบบปฏิทินใน Sheet เป็นรูปแบบที่ดูดี เรียบร้อย ช่องเซลล์พอดีกับข้อมูลที่บันทึก มีเทคนิคประการแรกที่จะแนะนำเพื่อให้นำไปใช้ได้ กล่าวคือควรมีการวางแผนโดยการกำหนดการแสดงผลของปฏิทิน ให้พอดีใน 1 หน้ากระดาษและควรมีการตั้งค่าหน้ากระดาษไว้ก่อนล่วงหน้า (ตั้งค่าขอบกระดาษ ซ้าย ขวา บน ล่าง กระดาษแนวตั้งหรือแนวนอน เป็นต้น) และให้กรอกข้อมูลชุดแรกลงไปก่อน (รูปที่ 3-1) หลังจากนั้นให้ดำเนินการจัดขนาดความกว้างของแถวและสดมภ์ 0x08 graphicรูปที่ 3-11 รูปแบบปฏิทิน 3 เดือน
เมื่อได้รูป แบบปฏิทิน 3 เดือนแล้วก็คัดลอกรูปแบบดังกล่าวจาก 3 เดือนเป็น 6 เดือนและ 12 เดือนตามลำดับ จะได้รูปแบบปฏิทินครบทั้ง 12 เดือน ใส่เดือนปีและวันที่ในแต่ละเดือน ตกแต่งปฏิทินให้ดูสวยงามตามต้องการ

3.9. การเขียนชื่อปฏิทิน
แถวที่ 1-4 ได้เว้นไว้สำหรับเขียนชื่อปฏิทิน ให้ใช้คำสั่งจากเครื่องมือในรูปวาด กรณียังไม่มีเครื่องมือดังกล่าวให้เรียกคำสั่งของเครื่องมือนี้มาใช้ โดยไปที่ มุมมอง/แถบเครื่องมือและกดเลือกรูปวาด ที่ส่วนคำสั่งของรูปวาด ให้คลิกปุ่มลูกศรลงที่รูปร่างอัตโนมัติ เลือกดาวและป้ายประกาศและเลือกเลื่อนแนวนอน (รูปที่ 3-12) นำป้ายที่เลือนแนวนอน ไปกดเมาส์ลากแล้วปล่อยวางลงในเซลล์แถวที่ 1-4 ที่เตรียมไว้ หลังจากนั้นกดเมาส์ปุ่มขวาเรียกคำสั่งเมนูลัดขึ้นมา (ก่อนกดเมาส์ปุ่มขวาต้องให้มั่นใจว่าเมาส์ได้ชี้ไปยังป้ายที่นำไปวางโดยที่ ปลายลูกศรมีเครื่องหมายลูกศรชี้ไปทั้ง 4 ด้าน) เลือก เพิ่มข้อความ (รูปที่ 3-13) พิมพ์คำว่า ปฏิทินปีพุทธศักราช 2546 แก้ไข เปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ตกแต่งสีสรรให้ดูสวยงามตามต้องการ หลังจากสร้างปฏิทินเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง โดยการพิมพ์ออกมาดู ผลงานที่ได้จะเหมือนกับรูปที่ 3-2 ที่ได้ออกแบบไว้

Access

ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access) คือ โปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล มีตารางเก็บข้อมูลและสร้างแบบสอบถามได้ง่าย มีวัตถุคอนโทลให้เรียกใช้ในรายงานและฟอร์ม สร้างมาโครและโมดูลด้วยภาษาเบสิก เพื่อประมวลผลตามหลักภาษาโครงสร้าง สามารถใช้โปรแกรมนี้เป็นเพียงระบบฐานข้อมูลให้โปรแกรมจากภายนอกเรียกใช้ก็ ได้
ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access) ต่างกับ วิชวลเบสิก (Visual Basic) หรือ
วิชวลเบสิกดอทเน็ต (Visual Basic .Net)
เพราะ วิชวลเบสิกไม่มีส่วนเก็บข้อมูลในตนเอง แต่สามารถพัฒนาโปรแกรมได้หลากหลาย เช่น พัฒนาโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ โปรแกรมประยุกต์ทางวิทยาศาสตร์ เกมส์ หรือเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลภายนอก เป็นภาษาที่เหมาะกับการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application) ส่วนไมโครซอฟท์แอคเซสเหมาะสำหรับนักพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ไม่ต้องการโปรแกรม ที่ซับซ้อน ความสามารถของโปรแกรมที่สำคัญคือสร้างตาราง แบบสอบถาม ฟอร์ม หรือรายงานในแฟ้มเดียวกันได้ ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานและวิซซาร์ดจึงอำนวยให้พัฒนาโปรแกรมให้แล้วเสร็จได้ใน เวลาอันสั้น มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลอย่างครบถ้วน กรณีศึกษาระบบฐานข้อมูล พร้อม MDB file
  • แฟ้มสำหรับนำไปทดสอบ tchmdb97.zip 72 KB

  • แฟ้มสำหรับนำไปฝึก จัดตารางสอบ timetabling.zip 11 KB

  • ประกอบด้วย ข้อมูลการลงทะเบียน ข้อมูลวิชา และข้อจำกัด
  • กรณีศึกษา ระบบรับ-ส่ง สินค้า

  • : พัฒนาขึ้นอย่างง่าย ๆ ตามโจทย์ที่คุณสุวิทย์ ได้มาจากการเรียนปริญญาโทที่พะเยา
  • กรณีศึกษา ระบบบันทึกเวลาเข้า ออกงาน

  • : ไม่ใช้ปุ่ม แต่ใช้ร่วมกับเครื่องอ่านบัตร เลือกบันทึกการเข้า ออกงาน อัตโนมัติ อย่างง่ายมาก ๆ เพราะมี form เดียวเท่านั้น (ต่อมาเพิ่มรายงานเข้าไป 2 รายงานที่ดึงข้อมูลจาก query เพื่อทำรายงาน คนมา และคนที่ไม่มา)
  • กรณีศึกษา บันทึกเวลา ร่วมกิจกรรม

  • : ฟอร์มเดียว ตารางเดียว จะได้ให้นักศึกษาใช้บัตร Barcode เดินเข้ามารูด เพื่อบันทึกการร่วมกิจกรรม เจ้าหน้าที่ก็จะ copy แฟ้มไปใช้ในโปรแกรมอื่น ๆ ต่อไป
  • กรณีศึกษา คำนวณอายุ และปีไทย

  • : แสดงการทำงานร่วมกับ form และ query โดยใช้ text box เป็นตัวเลือก criteria และเรียกฟังก์ชันโดยตรงจาก module ที่สร้างขึ้นในส่วนกลาง
  • กรณีศึกษา yn351003.zip 68 KB

  • : ระบบ e-Portfolio เพื่อบันทึกข้อมูลการทำงานของบุคลากรแต่ละคน แต่ยังพัฒนาไม่เสร็จ เพราะรอความแน่นอนของผู้บริหาร และคณะกรรมการวิชาการ

  • กรณีศึกษา regists.zip

  • : ระบบบันทึกข้อมูลนักเรียนอย่างง่าย มีการใช้ form ที่ปิดการแสดงผล หรือ logo ของ MS Access ในระดับหนึ่ง แสดงการเรียนรายงาน เลือกข้อมูล Sub form และการใช้ Query ให้ดูเป็นระบบที่สวยงาม ผมทำไว้เตรียมสอนให้นักศึกษาทำ project ลักษณะนี้ได้อย่างง่าย ๆ เหมาะกับจอกว้าง 8 นิ้ว สูงประมาณ 6.3 นิ้ว

    เกร็ดความรู้วิทยาศาสตร์

    วิทยาศาสตร์  หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆในธรรมชาติทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต รวมทั้งกระบวนการประมวลความรู้เชิง ประจักษ์ ที่เรียกว่ากระบวนการทางวิทยา ศาสตร์ และกลุ่มขององค์ความรู้ที่ได้จากกระบวนการดังกล่าว
    การศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์ยังถูกแบ่งย่อยออกเป็น วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และ วิทยาศาสตร์ประยุกต์คำว่า science ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่า วิทยาศาสตร์นั้น มาจากภาษาลาติน คำว่า scientia ซึ่งหมายความว่า ความรู้ ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ฟรานซิส เบคอนได้ พยายามคิดค้นวิธีมาตรฐานในการอุปนัย เพื่อนำมาใช้สร้างทฤษฎีหรือกฎต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์จากข้อมูลที่ทดลองหรือสังเกตได้จากธรรมชาติ
    โดยทั่วไปเราถือกันว่า วิทยาศาสตร์สมัย ใหม่ เริ่มต้นในยุคฟื้นฟู ศิลปะวิทยาการ โดยมี "บิดาแห่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่" คือ กาลิเลโอ กาลิเลอี เป็นผู้ถอนรื้อและปรับปรุงแนวความคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สมัยเก่า ที่ยึดกับแนวความคิดของอริสโตเติลทิ้งไป. ณ ขณะนั้น กาลิเลโอได้กำหนดลักษณะสำคัญของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ไว้ดังนี้
    • ทำนายสิ่งที่เกิดขึ้นในปรากฏการณ์ธรรมชาติได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายสาเหตุได้ เช่น ในขณะที่ยังไม่มีความรู้เรื่องแรงโน้มถ่วงนั้น กาลิเลโอไม่สนใจที่จะอธิบายว่า "ทำไมวัตถุถึงตกลงสู่พื้นดิน ?" แต่สนใจคำถามที่ว่า "เมื่อมันตกแล้ว มันจะถึงพื้นภายในเวลาเท่าใด ?"
    • ใช้คณิตศาสตร์เพื่อเป็นภาษาหลักของวิทยาศาสตร์ (ดูหัวข้อ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์)
    ในเวลาต่อมา ไอแซก นิวตันได้ต่อเติมรากฐานและระบบระเบียบของ แนวคิดเหล่านี้ และเป็นต้นแบบสำหรับสาขาด้านอื่นๆ ของวิทยาศาสตร์
    ก่อนหน้านั้น, ในปี ค.ศ. 1619 เรอเน เดส์การตส์ ได้เริ่มเขียนความเรียงเรื่อง Rules for the Direction of the Mind (ซึ่งเขียนไม่เสร็จ). โดยความเรียงชิ้นนี้ถือเป็นความเรียงชิ้นแรกที่เสนอกระบวนการคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สมัย ใหม่และปรัชญาสมัยใหม่. อย่างไรก็ตามเนื่องจากเดส์การตส์ได้ทราบเรื่องที่กาลิเลโอ ผู้มีความคิดคล้ายกับตนถูกเรียกสอบสวนโดย โป๊ปแห่งกรุงโรม ทำให้เดส์การตส์ไม่ได้ตีพิมพ์ผลงานชิ้นนี้ออกมาในเวลานั้น
    การพยายามจะทำให้ระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์เป็นระบบนั้น ต้องพบกับปัญหาของการอุปนัย ที่ชี้ให้เห็นว่าการคิดแบบอุปนัย (ซึ่งเริ่มต้นโดยฟรานซิส เบคอน) นั้น ไม่ถูกต้องตามหลักตรรกศาสตร์. เดวิด ฮูมได้อธิบายปัญหาดังกล่าวออกมาอย่างละเอียด คาร์ล พอพเพอร์ใน ความคิดลักษณะเดียวกับคนอื่นๆ ได้พยายามอธิบายว่าสมมติฐานที่จะใช้ได้นั้นจะต้องทำให้เป็นเท็จได้ (falsifiable) นั่นคือจะต้องอยู่ในฐานะที่ถูกปฏิเสธได้ ความยุ่งยากนี้ทำให้เกิดการปฏิเสธความเชื่อพื้นฐานที่ว่ามีระเบียบวิธี 'หนึ่งเดียว' ที่ใช้ได้กับวิทยาศาสตร์ทุกแขนง และจะทำให้สามารถแยกแยะวิทยาศาสตร์ ออกจากสาขาอื่นที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ได้
    ปัญหาเกี่ยวกระบวนการปฏิบัติของวิทยาศาสตร์มี ความสำคัญเกินขอบเขตของวงการวิทยาศาสตร์ หรือวงการวิชาการ ในระบบยุติธรรมและในการถกเถียงปัญหาเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ การศึกษาที่ใช้วิธีการนอกเหนือจาก แนวปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ ยอมรับ จะถูกปฏิเสธ และถูกจัดว่าเป็น "วิทยาศาสตร์ขยะ" หรือศาสตร์ปลอม

    วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

    กล้วยไ้ม้แสนสวย

    หวายฟิลิปปินส์ โอโนมานูเผือก เป็นหวายเผือกที่กลายพันธุ์จากหวายซุปเปอร์บั้มสีม่วงแดง หรือ Den.superbum var Onomanu Alba ดอกมีขนาดใหญ่ วัดจากปลายกลีบซ้ายถึงปลายกลีบขวาประมาณ 3.5-4 นิ้ว ดอกมีกลิ่นหอมแรงมากๆ ดอกมักจะบานพอดีในช่วงเทศกาลแห่งความรัก วาเลนไทน์ จึงเป็นหวายประเภทเอื้องสายดอกใหญ่ที่มีผู้ให้ความนิยมปลูกเลี้ยงมากๆ หากเลี้ยงต้นโตสมบูรณ์มากๆ ลำลูกกล้วยจะยายได้ถึง 1.5-1.8 เมตร บางลำสามารถให้ดอกได้ถึง 60-70 ดอกต่อลำลูกกล้วย ยิ่งดอกมากกลิ่นความหอมก็จะยิ่งแรงมากวิธีออกขวดแนะนำให้ออกขวดล้างวุ้นแล้วหนีบลงถ้วยนิ้วทันที จะได้ผลดีกว่าการวางผึ่งในตะกร้า  จะหนีบลงถ้วยนิ้วด้วยสแฟกนั่มมอสหรือกาบมะพร้าวมัดตุ้มเล็ก หรือจะใช้กาบมะพร้าวสับชิ้นก็ได้ผลค่อนข้างดีครับ
    ไม้ตะกร้า  :  เป็นกล้วยไม้ที่ออกจากขวดแล้ว นำไปผึ่งในตะกร้าพลาสติกสี่เหลี่ยมขนาด 8"x10" เพื่อรอหนีบลงถ้วยนิ้ว ปกติจะพักไว้ 1-2 เดือนขึ้นกับสายพันธุ์กล้วยไม้ครับ  จะมีจำหน่ายเป็นช่วงๆ ตามปริมาณกล้วยไม้ที่มีครับ
    ไม้ถ้วยนิ้ว  :  เป็นลูกไม้ที่ออกจากขวดได้ไม่นานครับ อาจมาจากขวดที่ทุบแล้วลงหนีบเลยหรือมาจากไม้ตะกร้าก็ได้ครับ ปลูกอยู่ในภาชนะถ้วยพลาสติกหรือดินเผาขนาด 1-1.5 นิ้ว จึงเรียกไม้นิ้วครับ ส่วนใหญ่จะมีอายุ 9-12 เดือนขึ้นไปตามสายพันธุ์กล้วยไม้ บางครั้งเรียกติดปากว่าไม้นิ้วจำนวน x นิ้ว ความจริงคือ x ต้นนั่นเองครับ
    ไม้ รุ่น  :  เป็นไม้นิ้วที่ถูกนำมาปลูกขึ้นกระถางใหญ่ จะเป็นกระถางแขวนหรือกระเช้าก็แล้วแต่สายพันธุ์ครับ ส่วนใหญ่จะปลูกได้ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปนับจากเปลี่ยนภาชนะจากถ้วยนิ้ว เลี้ยงอีกประมาณ 6-12 เดือนจึงจะเริ่มให้ดอกขึ้นกับสายพันธุ์และอายุกล้วยไม้ครับ
    ไม้ พร้อมให้ดอก  :  เป็นกล้วยไม้ที่ปลูกเลี้ยงได้ขนาดแล้ว พร้อมที่จะให้ดอก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับฤดูกาลและช่วงจังหวะที่กล้วยไม้นั้นๆ จะแทงช่อด้วยนะครับ ไม้พร้อมให้ดอกปกติจะนำมาเลี้ยงพักไว้ไม่นานก็จะเริ่มแทงช่อให้ดอกแล้วครับ
    ไม้ ติดดอก   :  เป็นกล้วยไม้พร้อมให้ดอกที่เริ่มทะยอยแทงช่อดอกอาจจะเป็นซองดอกของแคทหรือจะ เป็นตุ่มดอกของกล้วยไม้อื่นๆ ก็แล้วแต่ชนิดของกล้วยไม้ครับ กล้วยไม้ชุดแบบนี้อาจต้องมีการตรวจสอบและนัด หมายกัน หากจัดส่งแบบแทงตุ่มดอกเล็กก็ต้องนำไปเลี้ยงพักไว้อีก 4-5 สัปดาห์ดอกจึงจะบานพร้อมใช้งานครับ